วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บทกลับของทฤษฎีบทปีทาโกรัส


 หลังจากที่เราได้ศึกษาทฤษฎีบทพีทาโกรัสกันไปแล้วต่อไปจะขอกล่าวถึง บทกลับของทฤษฎีบทพีทาโกรัส นะครับ


สำหรับบทกลับของทฤษฎีบทปีทาโกรัสนั้นได้กล่าวไว้ว่า  ถ้าในสามเหลี่ยมรูปหนึ่ง มีพื้นที่ของสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้านหนึ่งเท่ากับผลรวมของพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสบนอีกสองด้านที่เหลือของสามเหลี่ยมแล้ว มุมที่รองรับด้านทั้งสองที่เหลือของสามเหลี่ยมนั้นจะเป็นมุมฉาก



สำหรับสามเหลี่ยมใด ๆ ที่มีด้าน a, b และ c ถ้า  c2  =  a+ b2  แล้วมุมระหว่าง a กับ b จะวัดได้ 90°

จากบทพิสูจน์ของบทกลับของทฤษฎีบทปีทาโกรัส เราสามารถนำไปหาว่ารูปสามเหลี่ยมใด ๆ เป็นสามเหลี่ยมมุมแหลม, มุมฉาก หรือ มุมป้าน ได้ เมื่อกำหนดให้ c เป็นความยาวของด้านที่ยาวที่สุดในรูปสามเหลี่ยม

  • ถ้า  c2  =  a+ b2  สามเหลี่ยมนั้นจะเป็น "สามเหลี่ยมมุมฉาก"
  • ถ้า  c2  <  a+ b2  สามเหลี่ยมนั้นจะเป็น "สามเหลี่ยมมุมแหลม"
  • ถ้า  c2  >  a+ b2  สามเหลี่ยมนั้นจะเป็น "สามเหลี่ยมมุมป้าน"

ต้วอย่างที่  1    ABC  มีด้านยาว  6  หน่วย  12  หน่วย  และ  13  หน่วย  ตามลำดับ   ABC  เป็นสามเหลี่ยมมุมฉากหรือไม่




วิธีทำ                                       ให้       a  =  6
                                                           b  =  12
                                                           c  =  13
จะได้                          a2  =  36
                                 b2  =  144
                                 c2  =  169
                      a2  + b2   =  36  +  144  =  180
              จะเห็นว่า  c2     a2  + b2   
นั่นคือ  ABC  ไม้เป็นสามเหลี่ยมมุฉาก


ต้วอย่างที่  2    ABC  มีด้านยาว  9  หน่วย  12  หน่วย  และ  15  หน่วย  ตามลำดับ   ABC  เป็นสามเหลี่ยมมุมฉากหรือไม่
วิธีทำ                                       ให้       a  =  9
                                                           b  =  12
                                                           c  =  15
จะได้                          a2  =  81
                                 b2  =  144
                                 c2  =  225
                      a2  + b2   =  81  +  144  =  225
              จะเห็นว่า  c2   =  a2  + b2   
นั่นคือ  ABC  เป็นสามเหลี่ยมมุฉาก


ตัวอย่างที่3  กำหนดรูป สามเหลี่ยม ABC ดังรูป จงแสดงว่า สามเหลี่ยม ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

แนวคิด  ต้องทำการพิสูจน์ว่าถ้า  AB=  AC+  CB2  แล้ว สามเหลี่ยม ABC เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก
   แต่ถ้า  AB  AC+ CB2 แล้ว สามเหลี่ยม ABC ไม่เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

วิธีทำ                                                    สามเหลี่ยม CDB เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก

                                                            จะได้ว่า  CB2  =  CD2  +  DB2

                                                              โดยที่   CD    =  12  และ  DB  =  16

                                                                        CB2  =  (12)2  +  (16)2

                                                                        CB2  =  144  +  256

                                                              ดังนั้น    CB2  =  400

                                                            สามเหลี่ยม ADC เป็นสามเหลี่ยมมุมฉาก

                                                                                 จะได้ว่า  AC2  =  AD2  +  DC2

                                                              โดยที่    AD    =  9  และ  DB  =  12

                                                                         AC2  =  (9)2  +  (12)2

                                                                         AC2  =  81  +  144

                                                              ดังนั้น    AC2  =  225

จาก  AB=  AC+   CB2   แล้ว  สามเหลี่ยม  ABC  เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก

            จะได้ว่า  AC+   CB2   =  225 + 400  =  625

              AB2  =  ( 16 + 9 )2  =  625

                ดังนั้น  AB=  AC+   CB2   

แสดงว่า  สามเหลี่ยม  ABC  เป็นรูปสามเหลี่ยมมุมฉากโดยมีมุม  C เป็นมุมฉาก

วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส ( The Pytagorean Theorem )

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส  หรือที่บางคนเรียกว่าทฤษฎีสามเหลี่ยมมุมฉาก  ทีจะกล่าวต่อไปนี้เชื่อกันว่านักคณิตศาสตร์ชาวกรีกชื่อ  พีทาโกรัส  เป็นผู้พิสูจน์ได้เป็นคนแรก


จากรูปสามเหลี่ยมมุมฉาก  ABC  โดยมีมุม  C  เป็นมุมฉาก  

โดยทั่วไปแล้วจะนิยมใช้ตัวอักษรแทนความยาวของด้านของรูปสามเหลี่ยมสอดคล้องกับจุดยอดมุมที่อยู่ตรงกันข้ามเช่น  a  แทนความยาวของด้านตรงข้ามมุม  A  ด้านที่อยู่ตรงข้ามกับมุม  เป็นต้น

เรียก  c  ว่าด้านตรงข้ามมุมฉาก
เรียก  a  และ  b  ว่าด้านประกอบมุมฉาก
และด้านตรงข้ามมุมฉากจะเป็นด้านที่ยาวที่สุด     




สำหรับรูปสามเหลี่ยมมุมฉากใดๆนั้น  พื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสบนด้านตรงข้ามมุมฉาก  จะมีค่าเท่ากับผลรวมของพื้นที่สี่เหลี่ยมจัตุรัสของด้านประกอบมุมฉาก  จากทฤษฎีบทจะได้ว่า

                          c2   =  a2+b2

ตัวอย่าง      จงหาความยาวของด้าน  c


วิธีทำ 
        จากรูป โจทย์กำหนดให้ค่าของ  a=4 , b=3 และให้หาค่าของ c 
         จาก   c2   =    a2+ b2
        จะได้ว่า    c2      =      42 + 32 
                        c2      =      (4 x 4) + (3 x 3)
                        c2      =      16 + 9
                        c2      =      25
                        c     =      52

 ดังนั้น 
             c        =      5

ตอบ   c ยาว 5 หน่วย 





วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ประวัติและความเป็นมา

ทฤษฎีบทพีทาโกรัส


ประวัติและความเป็นมา

พีทาโกรัสได้กำเนิดที่เมืองซามอส (Samos) ประเทศกรีซ  เมื่อประมาณ 559 ก่อนคริสต์ศักราช  (Greece)พีทาโกรัสเป็นบุตรชายของพีทาอิส และ เนซาร์คัส เพื่อที่จะหลีกหนีจากรัฐบาลทรราชของโพลีเครติส เขาได้ออกจากบ้านเกิดเมืองนอนของเขาไปที่โครโทน (Croton) ทางตอนใต้ของอิตาลีในสมัยที่เขาเป็นชายหนุ่ม  ผู้เชี่ยวชาญหลายคนคาดคเนว่าก่อนที่พีทาโกรัสถึงเมืองโครโทนนั้น เขาได้เยี่ยมเยียนนักปราชญ์ของอียิปต์และบาบีโลนก่อน เมื่อเขาได้ย้ายถิ่นฐานจากซาโมสมายังโครโทน พีทาโกรัสก็ได้ก่อตั้งสมาคมศาสนาลับ ที่คล้ายคลึงกับลักธิออร์เฟอัสที่มีอยู่ก่อนหน้านั้น



พีทาโกรัสได้จัดปฏิรูปวัตนธรรมของชาวโครโทน ณ เมืองโครโทน เขาได้แนะให้ชาวเมืองทำตามจริยธรรมและสร้างกลุ่มสาวกของพีทาโกรัส หลังจากนั้นพีทาโกรัสก็ได้เปิดสถานศึกษา โรงเรียนของพีทาโรกัสเปิดรับทั้งชายและหญิง แต่ผู้ที่สำหรับผู้ที่จะเข้าร่วมนั้นจำเป็นต้องสละทรัพย์สิน และต้องกินอยู่แบบมังสวิรัตที่โรงเรียน และเรียกตัวเองว่ามาเทมาทิคอย (Mathematikoi) คนอื่นๆ ที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงก็สามารถเข้าเรียนได้ด้วย แต่จะไม่จำเป็นต้องสละทรัพย์สิน หรือใช้ชีวิตแบบมังสวิรัต

พีทาโกรัสไม่เพียงแต่มีความสำคัญต่อวิชาคณิตศาสตร์  แต่เขายังได้รับการขนานนามว่าเป็น"บิดาแห่งตัวเลข"  เขายังได้สร้างสรรค์ความคิดให้กับปรัชญาและศาสนาอีกมากมาย ในช่วงปลายศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ถึงทุกวันนี้ ซึ่งผลงานของพีทาโกรัสอาจจะพอสรุปได้ดังนี้คือ



  • พิสูจน์ทฤษฎีบทพีทาโกรัส(สามเหลี่ยมมุมฉาก)
  • จำนวนเชิงรูปเหลี่ยม เช่น จำนวนเชิงสามเหลี่ยม , จำนวนเชิงจตุรัส 
  • พีชคณิตเชิงเรขาคณิต 
  • จำนวนคู่และจำนวนคี่ 
  • เป็นผู้ค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างเศษส่วนกับทฤษฎีของดนตรี 
  • จำนวนอตรรกยะ